วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

หน่วยงานให้ความช่วยเหลือน้ำท่วมและหมายเลขสอบถามข้อมูลต่าง ๆ

1. ศูนย์รับบริจาคสิ่งของโคราช

          - หากต้องการบริจาคสิ่งของ ให้ไปที่ศาลากลาง จังหวัดนครราชสีมานะคะ

          - ต้องการบริจาคเงิน ติดต่อได้ที่เบอร์โทร 044-259-996-8, 044-259-993-4 หรือโอนมาได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขานครราชสีมา บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี "เงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.นครราชสีมา" เลขบัญชี  301-0-86149-4

2. ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จังหวัดนครราชสีมา

          - สามารถสอบถามและขอความช่วยเหลือได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 044-342652-4 และ 044-342570-7

3. โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา

          - สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 086-251-2188 ตลอด 24 ชั่วโมง

          - ทางโรงพยาบาลมีความต้องการน้ำดื่มบรรจุขวด นมกล่อง และอาหารแห้ง รวมทั้งของใช้เบ็ดเตล็ดผู้ป่วย เช่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ผ้าอนามัย เป็นจำนวนมาก

          - สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขานครราชสีมา บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี "โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา" เลขที่บัญชี 301-3-40176-1

4. กรมอุตุนิยมวิทยา

          - เว็บไซต์ tmd.go.th

          - สายด่วนกรมอุตุนิยมวิทยา โทร. 1182

          - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร (AM 1287 KHz) โทร. 02-383-9003-4, 02-399-4394

          - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.นครราชสีมา (FM 94.25 MHz)โทร. 044-255-252

          - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.พิษณุโลก (FM 104.25 MHz) โทร. 055-284-328-9

          - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ระยอง (FM 105.25 MHz) โทร. 038-655-075, 038-655-477

          - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ภูเก็ต (FM 107.25 MHz) โทร. 076-216-549

          - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ชุมพร (FM 94.25 MHz) โทร. 077-511-421

5. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

          - เว็บไซต์ disaster.go.th

          - สายด่วนนิรภัย หมายเลขโทรศัพท์ 1784

          - ขบวนช่วยเหลือน้ำท่วมออกเรื่อย ๆ ขอรับบริจาคเน้นไปที่ น้ำ, ยาแก้ไข้, เสื้อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-241-7450-6 แผนที่คลิกที่นี่ 

6. กรุงเทพมหานคร

          - สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อาคารศาลาว่าการกทม.1 (เสาชิงช้า), ศาลาว่าการกทม.2(ดินแดง) และที่สำนักงานเขตทุกแห่งทั่วกรุงเทพฯ 50 แห่ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-354-6858

7. สภากาชาดไทย

          - สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-251-7853-6 , 02-251-7614-5 ต่อ 1603

          - สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี "สภากาชาด
ไทยช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย" เลขที่บัญชี 045-3-04190-6 แล้วแฟ็กซ์ใบนำฝากพร้อมเขียนชื่อและที่อยู่มาที่ สำนักงาน
การคลัง สภากาชาดไทย ถึงหัวหน้าฝ่ายการเงิน หมายเลขโทรสาร 02-250-0120 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมาย
เลขโทรศัพท์ 02-256-4066-8

          - สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย 1871 ถนนอังรีดูนังต์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 หากมาจากถนนพระราม 4 ให้เลี้ยวตรงแยกอังรีดูนังต์ เมื่อเข้าสู่ถนนอังรีดูนังต์ให้ชิดซ้ายทันที เนื่องจากอยู่ต้นๆถนน (ทางด้านพระราม 4) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-251-7853-6 ต่อ 1603 หรือ 1102 หากเป็นวันหยุดราชการ ต่อ 1302 , 02-251-7614-5 หมายเลขโทรสาร 02-252-7976

          - สามารถลงทะเบียนร่วมเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้ที่ http://www.rtrc.in.th/ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์  02-251-7853-6 , 02-251-7614-5 ต่อ 1603 มาช่วยแพ็คชุดธารน้ำใจ  หรือช่วยขนพวกข้าวสารอาหารแห้งขึ้นรถบรรทุก แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่า ต้องการผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง และสามารถยกของหนักได้ (เพราะงานค่อนข้างหนัก และต้องยกของหนัก) เป็นผู้ชายก็จะดีมาก หากเราต้องการกำลังพล จะโทรศัพท์ไปติดต่อว่าจะสะดวกมาในวันที่เราแพ็คของหรือไม่ เป็นราย ๆ ไป

          รายการชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทย ช่วยผู้ประสบภัย (สภากาชาดไทย) 1 ชุด ประกอบด้วย

          1.  บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  จำนวน  30 ซอง

          2.  ปลากระป๋อง  จำนวน  6  กระป๋อง

          3.  ผักกาดดอง  จำนวน  6  กระป๋อง

          4.  ปลาราดพริก  จำนวน  6  กระป๋อง

          5.  ข้าวหอมมะลิกระป๋อง 150 กรัม  จำนวน  6 กระป๋อง

          6.  น้ำพริก  จำนวน  2  กระปุก

          7.  ไก่ทอดกระเทียม  จำนวน  2  กระป๋อง

          8.  เครื่องดื่มช็อคโกแลตผง 3 in 1 (1X6 ซอง)  จำนวน  2  ถุง

          9.  ข้าวสาร (5 กิโลกรัม)  จำนวน  1  ถุง

          10.  โลชั่นกันยุง  จำนวน  1  ขวด

          11.  เทียนไข (1X2 เล่ม)  จำนวน  1  กล่อง

          12.  ไฟแช็ค  จำนวน  1  อัน

          13.  กระบอกไฟฉายพร้อมถ่าน  จำนวน  1  ชุด

          14.  ยาสามัญประจำบ้าน  จำนวน  1  ชุด

          15.  ยาแก้น้ำกัดเท้า  จำนวน  1  หลอด

          16.  เกลือไอโอดีน  จำนวน  1  ถุง

          17.  ถุงขยะสีดำ ขนาดเล็ก  จำนวน  1  แพ็ค (6 ใบ)

          18.  ถุงขยะสีดำ ขนาดใหญ่  จำนวน  1  แพ็ค (6 ใบ)

8. กองบัญชาการ กองทัพไทย

          - สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ (อาคาร 6) ตลอดเวลาราชการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-575-1500

9. ศูนย์รับบริจาคเงิน-สิ่งของช่วยผู้ประสบอุทกภัยเนชั่น

          - สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-338-3333 และ 02-338-3000 กด 3

          - สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย สาขาซีคอนสแควร์ บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี "บมจ.เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป เพื่อโครงการช่วยฟื้นฟูผู้ประสบภัยหลังน้ำท่วม" เลขที่บัญชี 095-2-71929-7 

10. สถานีโทรทัศน์สีช่อง 3 + ครอบครัวข่าวช่อง 3

          - สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ สถานีโทรทัศน์สี่ ช่อง 3 อาคารมาลีนนท์ ถนนพระราม 4 และสามารถช่วยบรรจุหีบห่อได้ที่หน้าอาคารได้เลย แผนที่คลิกที่นี่
          - สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขาพระราม 4 อาคารมาลีนนท์ บัญชีกระแสรายวัน ชื่อบัญชี "ครอบครัวข่าว ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม53" เลขที่บัญชี 014-3-00368-9

11. สถานีโทรทัศน์ กองทัพบก ช่อง 5

          - สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ หน้าสถานีโทรทัศน์ กองทัพบก ช่อง 5 สนามเป้า  แผนที่คลิกที่นี่

          - สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารทหารไทย สาขาสนามเป้า บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี "กองทัพบก โดยททบ.ช่วยภัยน้ำท่วม" เลขที่บัญชี 021-2-69426-9
 
12. ศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ที่โคราช รายการเช้าข่าวข้น+อสมท.

          - สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ อาคารปฏิบัติการ ชั้น 1 ตึกอสมท. ถ.พระราม9 เช่น อาหารแห้ง, เรือ, ผ้าอนามัย, ไฟฉาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-201-6000 ที่อยู่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)‎ 63/1 ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320 แผนที่คลิกที่นี่

          - สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาอโศก ชื่อบัญชี "อสมท ร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม" เลขที่บัญชี 015-0-12345-0 สอบถามได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-245-0700-4

13. กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 11 NBT

          - สื่อวิทยุและโทรทัศน์ เครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ จะเป็นสื่อกลางรายงานสภาพอากาศ สถานการณ์อุทกภัย และเป็นจุดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. ในวันที่ 19 ตุลาคม 2553 ชื่อรายการ "ร่วมใจ ช่วยภัยน้ำท่วม" โดยยกเลิกผังรายการเดิมทั้งหมด 

          - สำหรับการรับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถนนวิภาวดี-รังสิต เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-275-2053 แผนที่คลิกที่นี่


14. สน.ประชาชน ทีวีไทย รับแจ้งข้อมูลน้ำท่วม และร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัย 

          - สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-791-1385-7, 02-791-1113 หรือ people@thaipbs.or.th สามารถไปบริจาคสิ่งของข้าวสารอาหารแห้ง, ข้าวของเครื่องใช้ ได้ที่ ตึกชินวัตร3  แผนที่คลิกที่นี่

          - สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี "เพื่อนพึ่งภาช่วยน้ำท่วม" เลขที่บัญชี 020-2-69333-2

 
15. จส. 100

          - สอบถามน้ำท่วมถ.มิตรภาพ ที่แขวงการทางต่าง ๆ ได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 044-242-047 ต่อ 21, 044-212-200, 037-211-098, 036-461-422, 036-211-105 ต่อ24

16. มูลนิธิสยามกัมมาจล-ไทยพาณิชย์

          - สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีกระแสรายวัน ชื่อบัญชี "มูลนิธิสยามกัมมาจล-ไทยพาณิชย์เพื่อผู้ประสบภัย" บัญชีเลขที่บัญชี 111-3-90911-5 บริจาคผ่าน ATM / สาขา SCB ไม่เสียค่าโอน

17. ธนาคารออมสิน

          - สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารออมสิน สาขาสำนักพหลโยธิน บัญชีประเภทเผื่อเรียก ชื่อบัญชี "ออมสินรวมใจช่วยภัยน้ำท่วม" เลขที่บัญชี 0-2888888888-1 ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 ยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงินเป็นกรณีพิเศษไว้แล้ว

18. โรงแรมดุสิตธานี

          - สามารถไปบริจาคสิ่งของ ช่วยเหลือพี่น้องที่น้ำท่วม ได้ที่โรงแรมดุสิตธานี ในวันพุธที่ 20 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 09.00-23.00 น.

19. มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน

          - รวบรวมสิ่งของบริจาค ช่วยเหลือพี่น้องที่น้ำท่วม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-465-6165

20. การรถไฟแห่งประเทศไทย

          - สอบถามการเดินรถไฟได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 1690

21. ติดต่อหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 

          - ติดต่อหน่วยแพทย์ฉุกเฉินได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 1669

22. บริษัทขนส่ง

          - สอบถามการเดินรถได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 1490

23. สถานีโทรทัศน์ กองทัพบก ช่อง 7

          - สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ สถานีโทรทัศน์ กองทัพบก ช่อง 7 ซ.พหลโยธิน 18/1

          - สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสำนักเพลินจิต ชื่อบัญชี "7 สีช่วยชาวบ้าน" เลขที่บัญชี 001-9-13247-1 
 

24. มูลนิธิซีเมนต์ไทย

          - สามารถบริจาคอาหาร ผ้าอนามัย กางเกงในกระดาษ กระดาษทิชชู ถุงขยะ เทียนไข และไฟแช็ค สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-586-3415

25. จุดรับบริจาคของคนเสื้อแดงกลุ่ม Red Cyber

          - สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้าแฟชั่นมอลล์ (จอดรถข้างหน้าได้เลย) และบิ๊กซีลาดพร้าว ชั้น 5 ที่สถานีเอเชียอัพเดท
26. DTAC

          - สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ DTAC อาคารจามจุรีแสควร์ ถึงวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2553

27. มูลนิธิกระจกเงา

          - สามารถไปบริจาคข้าว สาร, อาหารแห้ง, น้ำดื่ม และยารักษาโรค ช่วยเหลือพี่-น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วม ได้ที่ มูลนิธิกระจกเงา (สนง.กรุงเทพ)  8/12 ซ.วิภาวดี44  ถ.วิภาวดีรังสิต  แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

          - สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขานานาเหนือ ชื่อบัญชี "มูลนิธิกระจกเงา" เลขที่บัญชี    000-0-01369-2 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์  087-274-9769 (เอ), 02-941-4194-5 ต่อ 102 (เอ,สุกี้)
28. กรมทางหลวง

          - สายด่วนกรมทางหลวง หมายเลขโทรศัพท์ 1586 สอบถามข้อมูลน้ำท่วมได้ตลอด 24 ชั่วโมง

          - สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรมทางหลวง หมายเลขโทรศัพท์ 02-354-6530, 02-354 -6668-76 ต่อ 2014 ,2031

          - ศูนย์บริหารงานอุบัติภัย สำนักบริหารบำรุงทาง หมายเลขโทรศัพท์ 02-354-6551

          - ตำรวจทางหลวง หมายเลขโทรศัพท์ 1193

29 . องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

          - สายด่วน หมายเลขโทรศัพท์ 1490 เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมในบริจาคสิ่งของ

รู้จักภัยน้ำท่วม และวิธีการรับมือน้ำท่วม




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          เมื่อย่างเข้าสู่ปลายเดือนพฤษภาคม สายน้ำแห่งความชุ่มฉ่ำ จะค่อย ๆ ไหลรินลงมาจากก้อนเมฆบนท้องฟ้า นั่นหมายความว่า กำลังเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งสายฝนจะตกโปรยปรายลงมาให้ชุ่มฉ่ำ พืชผลทางการเกษตร ดอกไม้ ใบหญ้า จะได้สัมผัสกับน้ำฝนอย่างเต็มที่ เหล่าพายุต่าง ๆ แห่แหนพัดผ่านอยู่เนือง ๆ จนกว่าจะหมดฤดูในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งก่อนที่น้ำฝนจะเทลงมาในฤดูฝนนั้น เกษตรกรในแถบที่ราบสูงของไทย ต้องเผชิญกับความแห้งแล้งแสนสาหัส ถึงขนาดที่ต้องพึ่งพาโครงการฝนหลวง เพื่อให้ผลผลิตการเกษตรยังคงออกดอกออกผลอยู่ได้ แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนในปีนี้ ความดีใจของเกษตรกรกลับเปลี่ยนแปลงเป็นความทุกข์ใจอีกครั้ง เพราะฝนที่ยังคงตกอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ได้เปลี่ยนให้แผ่นดินที่แห้งแล้ง ต้องเผชิญกับน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมสูงจนทะลักเข้าสู่ที่พักอาศัย

          อุทกภัย หรือ ที่เราเรียกติดปากว่า น้ำท่วม คือ มหันตภัยร้ายที่เกิดขึ้นโดยเงื้อมมือของธรรมชาติ และเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยน้ำท่วมออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังนี้



          1. น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากฝนที่ตกติดต่อกันหลายชั่วโมง จนผืนดินไม่สามารถดูดซับน้ำได้ทัน น้ำฝนที่เทลงมาจึงไหลลงสู่พื้นราบอย่างรวดเร็ว ซึ่งมักเกิดขึ้นในที่ราบสูง และไหลลงสู่พื้นที่ต่ำกว่า จนทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน และทรัพย์สินเสียหาย

          2. น้ำท่วมขัง และน้ำล้นตลิ่ง เพราะฝนที่ตกอย่างหนักทำให้พื้นที่ที่เป็นหลุมเป็นบ่อ มีน้ำท่วมขังไม่สามารถระบายน้ำออกได้ อีกทั้งน้ำในแม่น้ำลำคลองยังมีปริมาณมากจนล้นตลิ่ง และอาจทะลักเข้าถึงบ้านเรือนได้

          ในประเทศไทย เคยเกิดเหตุน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้งทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะในแถบภาคเหนือ และภาคอีสาน ไม่เว้นแม้แต่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครเอง ก็เคยประสบภัยน้ำท่วมมาแล้วเช่นกัน




ย้อนรอยน้ำท่วม


          จ.ลพบุรี ที่ราบสูงตอนกลางของประเทศไทย เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี เพราะมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน โดยเฉพาะแม่น้ำสายสำคัญ อย่างแม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรี ปัญหาน้ำท่วมจึงมีให้เห็นเป็นประจำอยู่ทุกปี แม้จะมี เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ คอยกักเก็บและควบคุมปริมาณน้ำอยู่ก็ตาม ในปี 2553 นี่ก็เช่นกัน จ.ลพบุรี ประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก ต้องปิดโรงเรียน และระดมหน่วยงานเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลายครัวเรือน

          จ.ลำปาง หนึ่งในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมในภาคเหนือ โดยเฉพาะที่ อ.แจ้ห่ม ซึ่งอยู่ใกล้กับแม่น้ำ ที่มีแม่น้ำแม่สอย และแม่น้ำวัง ไหลผ่านมาบรรจบกัน อีกทั้งสภาพภูมิศาสตร์ จ.ลำปาง ยังเป็นพื้นดินต่ำ มีภูเขาล้อมรอบ จนถูกเรียกว่า อ่างลำปาง โดยล่าสุดน้ำป่าไหลหลากและน้ำจากแม่น้ำก็ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนใน อ.แจ้ห่ม และบริเวณรอบ ได้รับความเสียหาย มีระดับน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร มีผู้ประสบภัยนับ 1,000 หลังคาเรือน

          จ.เชียงราย คือจังหวัดใหญ่ทางภาคเหนือ ที่แม้จะอยู่เหนือสุดของประเทศไทย แต่ก็ยังต้องประสบภัยน้ำท่วมอย่างหนักในปีนี้ เนื่องจากฝนที่ตกหนักทำให้น้ำป่าไหลหลากทะลักล้นเข้าสู่บ้านเรือน ใน 5 อำเภอ ที่ได้รับความเดือดร้อนหนัก คือ อ.ดอยหลวง, อ.พญาเม็งราย, อ.แม่จัน , อ.แม่ฟ้าหลวง และ อ.เวียงเชียงรุ้ง อีกทั้งล่าสุดอ่างเก็บน้ำห้วยพลู ก็ยังแตกออกจนเป็นเหตุให้น้ำทะลักและดินทรุดตัวลง รวมถึงถนนขาดออกจากกันอีกด้วย

          กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย ก็เคยประสบปัญหาน้ำท่วมมาแล้วเช่นกัน โดยเฉพาะในปี 2538 น้ำท่วมขังอยู่นานราว 2 เดือน คนเมืองหลวงต่างต้องใช้ชีวิตท่ามกลางน้ำท่วมขัง ถือเป็นภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้สาเหตุมาจากกรุงเทพฯ มีพื้นที่ต่ำและกำลังทรุดตัวลงอยู่เรื่อย ๆ ประกอบกับน้ำทะเลที่ค่อย ๆ หนุนสูงขึ้นทุกปี

          นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางจังหวัดของประเทศไทย ที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก และยังคงมีอีกหลายจังหวัดที่ยังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วม จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากที่ประชาชนจะต้องรับรู้ไว้ เพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นได้

วิธีรับมือน้ำท่วม    

          1. หมั่นติดตามข่าวสาร และประกาศเตือนทุกช่องทาง เช่น วิทยุ โทรทัศน์ เสาสัญญาณ เป็นต้น

          2. เตรียมข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค ไฟฉาย และอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อเอาตัวรอดในยามน้ำท่วม

          3. เตรียมกระสอบทรายไว้เพื่อทำผนังกั้นน้ำ (แต่ห้ามวางไว้พิงกำแพง เพราะจะเพิ่มแรงดันให้น้ำทะลักเข้ามาได้ง่าย)

          4. หมั่นทำความสะอาดพื้น ไม่ให้มีของอันตรายหากเกิดน้ำท่วมสูง

          5. เก็บของมีค่า และสัตว์เลี้ยง รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า ไปไว้ชั้นบนของบ้าน

          6. เตรียมเบอร์ติดต่อ หน่วยงานของรัฐ เผื่อต้องการความช่วยเหลือ

          7. ชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม

          8. หากเกิดน้ำท่วมให้หนีขึ้นที่สูง และปิดวงจรไฟฟ้า เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร

          9. พยายามหาส่วนแห้งเพื่อหลบภัย และป้องกันไฟดูด

          10. ห้ามรับประทานน้ำที่ท่วมสูง หากขาดแคลนน้ำดื่ม ให้ต้มก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันโรคระบาด

          11. หากน้ำท่วมไม่สูงมาก ให้ระวังการใช้รถใช้ถนน และดูแลเด็กเล็กไม่ให้ออกจากบ้าน

          12. ระวังสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ หากถูกกัดให้ล้างแผลด้วยน้ำต้มสุกและเช็ดแอลกอฮอล์รอบแผล จากนั้นหาทางไปโรงพยาบาลทันที

ตามน้ำสถานการณ์น้ำท่วมในสถานที่ต่างๆ ช่วงเช้าวันนี



 
 
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ช่วงเช้า(8พ.ย.) ที่นี่!!!
 
        ระดับน้ำที่ถนนวิภาวดีรังสิต หน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ น้ำสูงกว่า 70 เซนติเมตร ส่วนถนนพหลโยธิน น้ำจ่อเข้าสะพานควาย ย่านบางกะปิ น้ำเริ่มซึมเข้าบางจุด ขณะที่ บขส. ยังเปิดให้บริการปกติ ด้าน "วุฒิชาติ" ยืนยันยังไม่หยุดวิ่ง หากน้ำไม่ท่วมสูงถึง 50 ซม. ...
 
        เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 8 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมว่า ที่ถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ระดับน้ำที่ท่วมขังเมื่อวานนี้ อยู่ที่ประมาณ 60 เซนติเมตร ล่าสุดระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเช้าวันนี้น้ำสูงกว่า 70 เซนติเมตรแล้ว ขณะที่น้ำไหลไปจนถึงที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ และน้ำยังไม่สามารถข้ามคลองบางซื่อไปได้ ขณะที่เครื่องสูบน้ำของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ยังทำงานอย่างหนักต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อสูบน้ำระบายน้ำออกไป โดยน้ำยังไม่ได้ข้ามไปยังแยกสุทธิสารแต่อย่างใด
 
        ส่วนที่ถนนพหลโยธิน น้ำได้ไหลบ่าไปจ่ออยู่ที่แยกสะพานควาย ส่วนย่านบางกะปิ น้ำเริ่มซึมเข้าบางจุดแล้ว ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับระดับน้ำวันนี้ ในทุกจุดเพิ่มสูงขึ้น อย่างที่แยกลาดพร้าว หรือถนนวิภาวดีรังสิต แสดงให้เห็นว่าน้ำยังทะลักเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในอย่างต่อเนื่อง
 
        ด้านนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ยืนยันว่า บขส.ยังคงให้บริการรถโดยสารที่สถานีขนส่งหมอชิตเช่นเดิม แม้มีปัญหาน้ำท่วมพื้นที่โดยรอบบ้าง ซึ่งรถยนต์ขนาดเล็กยังสามารถเข้าออกสถานีขนส่งหมอชิตได้ โดยแนะนำให้ใช้เส้นทางด่วน และยังมีรถโดยสารสาธารณะขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ให้บริการรับส่งผู้โดยสารถึงสถานีขนส่งหมอชิต เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ
 
        อย่างไรก็ตาม หากระดับน้ำท่วมถนนกำแพงเพชร 2 ซึ่งอยู่หน้าสถานีขนส่งหมอชิตสูงถึง 50 ซม. บขส.จะต้องหยุดให้บริการส่วนปริมาณผู้โดยสารที่มาใช้บริการ พบว่ามีปริมาณลดลงจากเดิมที่ค่อนข้างสูง อาจเป็นเพราะผู้โดยสารได้ทยอยเดินทางไปต่างจังหวัดตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เกิดปัญหาน้ำท่วม ทำให้การใช้บริการลดลง ทั้งนี้โดยปกติในช่วงต้นเดือน พ.ย.ของทุกปี มีปริมาณผู้โดยสารไม่มากนัก และจะเริ่มมีปริมาณผู้โดยสารสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปีและต้นปี
 

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

Antoine de Saint-Exupéry

Antoine de Saint-Exupéry

From Wikipedia, the free encyclopedia
Jump to: navigation, search
Antoine de Saint-Exupéry
BornAntoine de Saint Exupéry
29 June 1900(1900-06-29)
Lyon, France
DiedPresumed 31 July 1944(1944-07-31) (aged 44)
Offshore, south of
Marseille, France
OccupationAviator, Writer
NationalityFrench
Period1929–1948 (posthumous)
GenresAutobiography, Belles-lettres, Children's literature
Notable award(s)prix Femina
Grand Prix du roman de l'Académie française
U.S. National Book Award
Légion d'honneur
Croix de guerre avec palme
Spouse(s)Consuelo Gómez Carillo de Saint-Exupéry, (1931–death)

Signature
Antoine de Saint-Exupéry (French pronunciation: [ɑ̃twan də sɛ̃tɛɡzypeˈʁi]), officially Antoine Marie Jean-Baptiste Roger de Saint Exupéry[1][N 1] (29 June 1900 – 31 July 1944, Mort pour la France[N 2]), was a French writer, poet and pioneering aviator. He is best remembered for his novella The Little Prince (Le Petit Prince) and for his lyrical aviation writings, including Night Flight and Wind, Sand and Stars.
He was a successful commercial pilot before World War II. He joined the Armée de l'Air (French Air Force) at the outbreak of war, flying reconnaissance missions until the armistice with Germany. Following a spell of writing in the United States he joined the Free French Forces. He disappeared

American Pit Bull

Description:

History/Origin:

Height: 18 - 22 inches

Weight: 30 - 60 lbs.

Colors:
Any color

Known for their intelligence and loyalty American Pit Bull Terriers make excellent, loving and protective companions despite the unfair press they receive. A common question regarding the APBT is, "How is this breed different from the American Staffordshire Terrier?". In the eyes of the United Kennel Club, they are the same breed, but many disagree. Some AKC-registered American Staffordshire Terriers are dual-registered as American Pit Bull Terriers with the UKC; however, this draws criticism from many who point out that the bloodlines have been separate for too long for these to be considered the same breed. The AKC, on the other hand, does not allow a UKC-registered American Pit Bull Terrier to be registered as an American Staffordshire Terrier. To be dual-registered, the dog must first be an AKC-registered American Staffordshire Terrier and then it can be registered with the UKC as an APBT -- but not vice versa... Choose from a responsible breeder and make sure the puppy is properly socialized and handled. Solid training will produce a tranquil, good, obedient, companion dog.
His ancestors were brought to the United States in the mid - 1800's by Boston-Irish immigrants. Originally bred from a variety of bulldogs and terriers, American breeders increased his weight and gave him a more powerful head. A forbearer to the Staffordshire Bull Terrier, they were originally bred to be a fighting dog. Bull baiting was banned in England in 1835 and these dogs are no longer being bred to fight. There is some complication in registries of this breed. The AKC considers the American Staffordshire Terrier as separate and distinct from the American Pit Bull Terrier, yet the UKC will register both as American Pit Bull Terriers (APBTs).
picture from 1930's
Photo from 1930's


In America, the Pit Bull flourished. It was one of the most popular breeds, highly prized by a wide variety of people. The Pit Bull was used to represent the US in WW1 artwork; popular companies like RCA and the Buster Brown Shoe Company used the breed as their mascots. A Pit Bull named Petie starred in the popular children's television series, Our Gang; a Pit Bull mix named Stubby became a decorated WWI hero. Pit Bulls accompanied pioneer familes on their explorations. Laura Ingalls Wilder of the popular Little House books owned a working Pit Bulldog named Jack. Famous individuals like Theodore Roosevelt and Helen Keller owned the breed. It was during this time that the Pit Bull truly became America's sweetheart breed, admired, respected and loved.
Stubby
Stubby, a decorated WWI hero


In 1898 the United Kennel Club was formed with the express intent of providing registration and fighting guidelines for the now officially-named American Pit Bull Terrier. Later, those who wished to distance themselves from the fighting aspect of the breed petitioned the American Kennel Club for recognition of the Pit Bull so that it would be eligible for dog shows and other performance events. The AKC conceded in 1936 but only under the stipulation that the dogs registered with them be called "Staffordshire Terriers", the name of the province in England the breed supposedly originated in. Upon acceptance of the breed, many people dual-registered their dogs with both the AKC and the UKC. Lucenay's Peter (the dog that starred in the Our Gang series) was the first dual-registered Pit Bull/Staffordshire Terrier. The UKC evolved, eventually beginning to register other working-type breeds, and later holding shows similar to those of the AKC. Currently, the UKC is the second largest purebred dog registry in the United States, complete with strict bylaws that ban anyone who is convicted of dog fighting. The American Dog Breeders Association was formed in 1909 because of certain fanciers' opinions that the UKC was not doing it's job protecting and preserving the Pit Bull breed as they felt it should be preserved.
The gentle pit bull
The ADBA's goal is the same now is at was then: to register, promote and preserve the original American Pit Bull Terrier fighting-type dog.

The AKC eventually closed it's studbooks to American Pit Bull Terriers. They allowed registration only to those dogs with parents registered as Staffordshire Terriers. For a short period in the 1970's, the AKC reopened its studbooks to American Pit Bull Terriers. In 1973 the AKC added the prefix "American" to the breed's name in an effort to distinguish it from the newly recognized Staffordshire Bull Terrier. Today, only those dogs with AmStaff parents are eligible for registration. Both the UKC and the ADBA allow registration of AmStaffs, but in these organizations the dogs carry the original name, "American Pit Bull Terrier."

Today the Pit Bull has evolved into a marvelous working and companion dog, used for purposes as varied as those it originally performed. Pit Bulls are employed as police/armed services dogs, search and rescuers, therapy animals, and livestock workers. They compete in all manner of organized dog sports, from herding to agility to conformation to obedience and the bite sports like Schutzhund and French Ring. They make loving pets for children and seniors, and everyone in between. The are indeed one of the most versatile breeds on the planet. Much of this is owed to the activities it once performed. The harshness and physical demands of the activities molded a strong, healthy, stable animal, one anyone should be proud to own.

Coat:
Thick, short, shiny hair

Temperament:
Courageous, loyal, full of energy; Should be socialized early on with children and other animals.

Care and Exercise:
Regular brushing with a bristle brush or rubbing down his coat with a chamois will keep the coat shiny and clean. Bath only when necessary. Needs a substantial amount of vigorous exercise which needs to be on-leash. Enjoys running along side a bicycle.

Health Issues:
Mange and heart murmurs. Breeders should be concerned with doing health testing on the sire or dam such as OFA, PENN HIP

Category: Terrier

Registries: UCA, UKC, ADBA, CKC, APBR

Living Environment: Either Indoor or Outdoor


Pit Bull Shirt

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554

พายุ' นกเตน



ประกาศเตือน 30 ก.ค. - 2 ส.ค. รับมือฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุโซนร้อนนกเต็น เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเวียดนาม 

หลังจากที่หลายประเทศในแถบทะเลจีนใต้ต้องประสบกับภาว ะฝนตกหนักจากอิทธิพลของ พายุโซนร้อน "นกเต็น" (NOCK TEN) โดยเฉพาะประเทศฟิลิปปินส์ ที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 31 ราย และสูญหายอีกกว่า 27 ราย ในขณะที่ประชาชนมากกว่า 600,000 คน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2554 หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย ไม่ว่าจะเป็น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็ได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนเตรียมรับมือกับฝนที่จ ะตกหนัก เนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ความชื้นจากมหาสมุทรอินเดีย และอิทธิพล "พายุนกเต็น"

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์กันว่า พายุนกเต็น ซึ่งขณะนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ทะเลจีนใต้ ห่างจากพื้นที่ทางตะวันออกของเกาะไหหลำ ประเทศจีน ประมาณ 500 กิโลเมตร โดยมีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางประมาณ 50 นอต หรือ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะเคลื่อนตัวด้วยความเร็วประมาณ 10 นอต หรือ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผ่านเกาะไหหลำ อ่าวตังเกี๋ย และขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 30-31 กรกฎาคมนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักต่อเนื่องไปถึงวัน ที่ 2 สิงหาคม 

จากลักษณะดังกล่าว จะทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะด้านรับลมบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มได้ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ราบลุ่ม ระมัดระวังอันตรายและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ส่วนคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยและอันดามันตอนบนจะมีกำลังแ รง คลื่นสูง 2-4 เมตร ชาวประมงจึงต้องเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

นอกจากนี้ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้มีการประเมินว่า กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ก็เป็นอีกจุดที่น่าห่วง หากปริมาณน้ำฝนในกรุงเทพฯ เกินระดับ 60 มิลลิเมตร ก็จะประสบปัญหาน้ำท่วมทันที โดยเฉพาะพื้นที่ต่ำที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมใกล้จะเกิน 200 มิลลิเมตร ได้แก่ เขตมีนบุรี หนองจอก และลาดกระบัง

ขณะ ที่ นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร คาดว่า อิทธิพลจากพายุนกเต็น จะส่งผลกระทบในพื้นที่ภาคเหนือทำให้เกิดน้ำท่วมและน้ ำป่าไหลหลากที่ จ.น่าน แพร่ พะเยา เชียงราย และเชียงใหม่ โดยเฉพาะ จ.น่าน อาจเกิดน้ำท่วมหนัก ส่วนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดริมโขง น้ำในแม่น้ำโขง อาจจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนได้

สำหรับชื่อของ พายุนกเต็น มีที่มาตามชื่อ นกกระเต็น โดยทางการลาวตั้งให้กับพายุในย่านแปซิฟิกตะวันตก ซึ่งพายุนกเต็นก่อตัวขึ้นในประเทศลาว ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ฟิลิปปินส์นั่นเอง
__________________

วิตามิน


วิตามิน

วิตามิน เป็นสารอินทรีย์ที่สิ่งมีชีวิตจำเป็นต้องได้รับในบริมาณเล็กน้อย สำหรับการเติบโต ขยายพันธุ์ และช่วยให้มีสุขภาพดี ถ้าสิ่งมีชีวิตขาดวิตามินตัวใดตัวหนึ่งจะมีอาการป่วยซึ่งมีลักษณะเฉพาะขึ้นกับวิตามินที่ขาด
วิตามินแบ่งออกเป็น 2 จำพวก คือ
  • วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ A, D, E, K
  • วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ B, C

[แก้]ผลเสียของวิตามิน

วิตามินนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายของ แต่ถ้าได้รับวิตามินในปริมาณที่เกินพอดี อาจจะมีผลเสียต่อร่างกายได้ดังนี้
  • วิตามินเอ ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป จะเกิดอาการอาเจียน ผมร่วง ผิวหนังแห้งตกสะเก็ต ทำลายประสาทตา ตับ และกระดูก หรืออาจทำให้เด็กในท้องพิการได้
  • วิตามินบี6 ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป จะมีอาการเดินเซ มือเท้าชา และส่งผลให้ประสาทกล้ามเนื้อแขนขาถูกทำลาย
  • วิตามินซี ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป จะมีอาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสีย ท้องอืด และอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นนิ่วในไตได้ แต่ถ้าหยุดรับประทานอาการเหล่านี้จะหายไป
  • วิตามินอี ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป จะมีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ตาพร่ามัว กล้ามเนื้อล้า แน่นท้อง และท้องร่วง และถ้าร่างกายขาดวิตามินอีสูงมาก อาจขัดขวางวิตามินเอได้

[แก้]ประโยชน์ของวิตามิน

วิตามิน A :: เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการมองเห็น ป้องกันโรคตาบอด บำรุงสายตา บำรุง ผม และเล็บ
วิตามิน บี 1 :: บำรุงประสาท แก้เหน็บชา ช่วยเผาพลาญคาร์โบไฮเดรต ไปเป็นพลังงาน ถ้าขาดจะหงุดหงิดง่าย
วิตามินบี 2 :: ช่วยเผาพลาญคาร์โบไฮเดรต ถ้าขาดจะเป็นแผลที่มุมปาก ผิวจะแตกหยาบกระด้าง
วิตามินบี 3 :: ช่วยเผาพลาญไขมัน และคาร์โบไฮเดรต บำรุงผิวหนังและระบบประสาท
วิตามิน บี 5 :: ช่วยเผาพลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมันและโปรตีน ลดอาการภูมิแพ้ หอบหืด นอนไม่หลับ
วิตามินบี 6 :: ช่วยบรรเทาอาการก่อนจะมีประจำเดือน แก้แพ้ท้อง บำรุงประสาท ลดอาการไขมันอุดตันในเส้นเลือด
วิตามินบี 12 :: ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือด บำรุงประสาท ป้องกันอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากโรคโลหิตจาง
กรด โฟลิก :: ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง เสริมความจำ โฟเลท ช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ และมะเร้งเต้านม ถ้าในเลือดมีโฟเลทต่ำ ทำให้จิตใจหดหู่ ขาดความรู้สึกทางเพศ
วิตามิน C :: ต้านอนุมูลอิสระ สร้างคอลลาเจล ช่วยควบคุมระดับคลอเรสเตอรอล บำรุงผิวพรรณและกระดูก ป้องกันโรคมะเร็ง ลดอาการภูมิแพ้ ช่วยบรรเทาอาการหวัด
วิตามิน D :: บำรุงกระดูกและฟัน
วิตามิน E :: ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ป้องกันการแข็งตัวของเลือด
วิตามิน K :: ช่วยการแข็งตัวของเลือด